breaking news
ทหารรับ ใช้บีบีกันยิงหมาจรจัด ยันโดนไล่กัด ฉะกลุ่มคนรักสัตว์ แจ้งความ แต่เวลามีปัญหา หายเงียบหมด (คลิป)
February 03, 2019
จากกรณีเพจ Watchdog Thailand โพสต์ภาพสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณขา และมีบาดแผลคล้ายกับเป็นรูกระสุนปืนบีบีกัน หรือปืนอัดลม ยิงเข้าตามลำตัว พร้อมระบุข้อความว่า "ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนอนาถใจของคนเกลียดหมา ชาวบ้านรอบเทศบาลคูคตรู้เห็นกันทั่วว่าเป็นการกระทำของคนมีสี" และเชื่อว่าสุนัขตัวที่ถูกรถชนน่าจะถูกคนมีสีรายยิงด้วย

วันที่ 3 ก.พ. 62 ที่จุดเกิดเหตุ บริเวณริมคลองชลประทาน ภายในซอยลำลูกกา 25 ซึ่งเป็นบริเวณที่คาดว่าสุนัขจรที่ชื่อ "เจ้าแดง" จะถูกคนมีสียิงก่อนตกใจวิ่งหนี แล้วสุนัขถูกรถชนซ้ำจนตกลงไปอยู่ในคลอง โดยบริเวณดังกล่าวตลอดเส้นทางที่ทีมข่าวสำรวจดู พบว่ามีสุนัขจรจำนวนหลายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย และอยู่ในป่าใกล้ชุมชน
นายโชค (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายทหาร เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่บ้านติดกับนายทหาร ในแต่ละวันบริเวณหน้าบ้าน รอบบ้านของตนและนายทหารจะมีสุนัขออกมาในช่วงเย็นประมาณ 20-30 ตัว และในแต่ละวันสุนัขเหล่านี้จะกัดกัน และเห่าส่งเสียงดังมาก ทำให้ก่อความรำคาญใจ เดือดร้อนต่อคนในบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะบ้านของตนซึ่งมีเด็กเล็ก ก็สะดุ้งตื่นตกใจร้องไห้ อีกทั้งมีบางคนในชุมชนที่มักให้อาหารสุนัขเป็นประจำ ก็มักจะนำอาหารเม็ดหรือข้าวที่คลุกไว้มากองเรียงอยู่บริเวณหน้าบ้านตน และติดรั้วบ้านจำนวนมาก
โดยผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้มีเห็บมากขึ้น บางวันตนเห็นเห็บไต่ขึ้นรั้วบ้านข้ามกำแพงบ้านเข้ามา หรือบางวันสุนัขอุจจาระกองไว้รอบรั้วบ้าน โดยที่คนให้อาหารไม่มารับผิดชอบเก็บกวาด บางวันอาหารที่นำมากองทิ้งไว้เน่า มีมดแมลงไต่ตอมจำนวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้มีมานาน 4-5 ปี แล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
ทั้งนี้ ตนและคนในบริเวณนี้ไม่ได้รังเกียจสุนัข เพราะภายในบ้านก็เลี้ยงสุนัข แต่อยากขอร้องไปให้ไปเลี้ยงที่อื่น ขอให้ยุติการกองอาหารเกลื่อนหน้าบ้านคนอื่น จนทำให้ได้รับความเดือดร้อน

นางอ้อย (นามสมมติ) ผู้ช่วยชีวิตสุนัข เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วตนมักจะปั่นจักรยานให้อาหารสุนัขจร ภายในซอยลำลูกกา 25 และใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนปั่นรถจักรยานผ่านคลองน้ำภายในซอย เพื่อไปให้อาหารสุนัขจรในจุดดังกล่าว มาถึงบริเวณคลองดังกล่าว พบว่าไม่เห็นเจ้าแดงอยู่ในกลุ่มของสุนัขจรที่รอกินอาหาร เมื่อตนเดินไปดูที่คลองน้ำใกล้เคียง พบว่าเจ้าแดงนอนจมอยู่ในน้ำ ตนจึงตัดสินใจลงไปช่วยเหลือก่อนจะนำตัวเจ้าแดงขึ้นรถพยาบาลแล้วส่งคลินิกรักษาสัตว์
จากเหตุการณ์ดังกล่าว สันนิษฐานว่าเจ้าแดงน่าจะเกิดอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใครผ่านมามักจะวิ่งหลบ และจะคุ้นชินกับคนให้อาหารเป็นประจำเท่านั้น และตนเชื่อว่าเจ้าแดง น่าจะถูกคนมีสีในชุมชนใช้ปืนยิง จนกระทั่งตกใจวิ่งหนี แล้วถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บ โดยอาการล่าสุด เจ้าแดงทรงตัว กระดูกเชิงกรานหัก ขาซ้ายหัก รอผ่าตัดอีกครั้ง ในวันที่ 6 ก.พ. อีกทั้งมีรอยบาดแผลเป็นรูขนาดใหญ่ และลึก จึงคาดว่าจะเป็นร่องรอยที่ถูกกระสุนปืนยิง อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้กับสุนัขจรในชุมชน เพราะเป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย

ขณะที่ นายกล้วย (นามสมมติ) ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า ปกติช่วงเย็นของแต่ละวัน ตนจะคลุกข้าวให้อาหารสุนัขในซอยใกล้บ้านเป็นประจำ เนื่องจากบริเวณบ้านมีสุนัขจรอยู่มาก นอกจากนี้ พฤติกรรมคนมีสีที่ยิงสุนัขจรในชุมชน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่ตนจอดรถจักรยานให้อาหารสุนัขจรตามปกติ จากนั้นนายทหารขับรถกอล์ฟผ่านมา จังหวะที่ขับรถสวนทางกับตน

จากนั้นทหารก็ถามตนว่า "สุนัข 2 ตัวนั้น เป็นสุนัขของคุณหรือไม่" ตนจึงตอบกลับว่า "ไม่ใช่สุนัขของผม แต่เอาข้าวมาให้ทุกวัน" จากนั้นทหารจึงถามตนว่า "ตัวสีแดงของคุณหรือเปล่า" ตนจึงบอกว่า "ไม่ครับ แต่มาให้อาหาร" จากนั้นทหารจึงบอกว่า "ไอ้แดง ตัวนี้มันกัดผม วันนั้นมากัดผมตอนวิ่งออกกำลังกาย" แล้วทหารก็ถามตนว่าทำไมไม่เอาไปเลี้ยงที่บ้าน ตนจึงบอกว่าสุนัขที่บ้านเยอะแล้ว จากนั้นเขาเอาปืนอัดลมออกมาวางข้างตัว จังหวะนั้นก็พูดเรื่องของการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศบาลเข้ามาจัดการกับสุนัข ก่อนจะยกปืนขึ้นมายิงสุนัขตัวที่ตนกำลังให้อาหารอยู่ประมาณ 2-3 นัด จากที่สุนัขยืนกินอาหารอยู่ก็ตกใจวิ่งหลบหนีไป
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ตนรู้สึกตกใจและแปลกใจ เพราะทุกคนในชุมชนส่วนใหญ่จะรักสุนัข ดูแลสุนัข และเอาข้าวอาหารมาแจกจ่ายสุนัขจรเป็นประจำ นอกจากนี้ ตนเห็นกับตา และคนในชุมชนต่างล่ำลือพฤติกรรม การขับรถผ่านกลุ่มสุนัขจรแล้วยิงเป็นประจำ

จากนั้นทหารก็ถามตนว่า "สุนัข 2 ตัวนั้น เป็นสุนัขของคุณหรือไม่" ตนจึงตอบกลับว่า "ไม่ใช่สุนัขของผม แต่เอาข้าวมาให้ทุกวัน" จากนั้นทหารจึงถามตนว่า "ตัวสีแดงของคุณหรือเปล่า" ตนจึงบอกว่า "ไม่ครับ แต่มาให้อาหาร" จากนั้นทหารจึงบอกว่า "ไอ้แดง ตัวนี้มันกัดผม วันนั้นมากัดผมตอนวิ่งออกกำลังกาย" แล้วทหารก็ถามตนว่าทำไมไม่เอาไปเลี้ยงที่บ้าน ตนจึงบอกว่าสุนัขที่บ้านเยอะแล้ว จากนั้นเขาเอาปืนอัดลมออกมาวางข้างตัว จังหวะนั้นก็พูดเรื่องของการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศบาลเข้ามาจัดการกับสุนัข ก่อนจะยกปืนขึ้นมายิงสุนัขตัวที่ตนกำลังให้อาหารอยู่ประมาณ 2-3 นัด จากที่สุนัขยืนกินอาหารอยู่ก็ตกใจวิ่งหลบหนีไป
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ตนรู้สึกตกใจและแปลกใจ เพราะทุกคนในชุมชนส่วนใหญ่จะรักสุนัข ดูแลสุนัข และเอาข้าวอาหารมาแจกจ่ายสุนัขจรเป็นประจำ นอกจากนี้ ตนเห็นกับตา และคนในชุมชนต่างล่ำลือพฤติกรรม การขับรถผ่านกลุ่มสุนัขจรแล้วยิงเป็นประจำ
ด้านภรรยานายทหาร ให้ข้อมูลว่า สามีตนเป็นคนยิงสุนัขจริง ซึ่งสามีตนจะไปออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งขับรถกอล์ฟ หรือรถจักรยานยนต์ และมักจะถูกสุนัขจรไล่เห่า วิ่งไล่กัด และเคยวิ่งไล่จนขับรถกอล์ฟตกคลองน้ำมาแล้ว และหลายครั้งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ทำให้ต้องมีการพกอาวุธปืนอัดลมเพื่อป้องกันตัว โดยยืนยันว่า สามีใช้ปืนยิงสุนัข แต่เป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่ได้มีพฤติกรรมขับรถตระเวนไล่ยิงสุนัขจร ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายสุนัข
โดยกระสุนปืนอัดลม ลักษณะทรงกลมขนาดเล็กสีขาว คล้ายพลาสติก นอกจากนี้ ข่าวลือที่ว่าสามีตนยิงสุนัขตายนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะกระสุนปืนอัดลมไม่สามารถยิงถึงขั้นตายได้ อย่างไรก็ตาม หากทาง WDT เข้าแจ้งความหรือดำเนินการทางกฎหมาย ตนก็พร้อมที่จะเข้าไปคุยและชี้แจงตามความจริง พร้อมทั้งขอให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย
คลิป
ขอบคุณ AMARIN TV
Cr: https://www.siamtopic.com/view-1482.html?fbclid=IwAR2fnfIWIfkWIV8sbsRPR0W88vr5NXx3yp-7WBGCdq699cQ9zVnGCSJuass
0 comments