หวั่นเกิดมลพิษ 2 ผัวเมียไม่ยอมเผาไร่อ้อย แรงงานหายเกลี้ยง บอก ก็ตัดเองไปเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ลงพื้นที่สำรวจการตัดอ้อยของชาวไร่อ้อยที่อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบนายประเสริฐ แก้วพิพรม อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่...



ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ลงพื้นที่สำรวจการตัดอ้อยของชาวไร่อ้อยที่อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบนายประเสริฐ แก้วพิพรม อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 4 บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ต.ทุ่งโปร่ง อ.เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และภรรยา กำลังช่วยกันตัดอ้อยในไร่ของตัวเองที่มีอยู่กว่า 10 ไร่ เนื่องจากหาจ้างแรงงานมาตัดอ้อยในไร่ให้ไม่ได้ เพราะสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ยอมจุดไฟเผาอ้อยของตนเอง จึงไม่มีแรงงานในหมู่บ้าน หรือหมู่บ้านใกล้เคียงมาตัดให้



นายประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ไม่ยอมเผาอ้อยในไร่นั้น เนื่องจากตนได้ติดตามข่าวจากสื่อว่าการตัดอ้อยได้สร้างมลพิษทางอากาศเป็นอย่างมาก มีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ถึงขั้นเจ็บป่วย ประกอบกับทาง ผู้ใหญ่บ้านก็ประกาศทางหอกระจายข่าวว่าทาง ผวจ.ขอความร่วมมือไม่ให้จุดไฟเผาอ้อยในไร่ จึงปฏิบัติตาม และการที่ไม่ยอมเผาอ้อยจึงจำเป็นต้องตัดเอง เพราะหาแรงงานไม่ได้ เพราะแรงงานส่วนใหญ่ เมื่อรู้ว่าอ้อยยังไม่ได้เผาก็ไม่รับจ้าง อ้างว่าตัดยาก เพราะต้องฝ่าดงใบอ้อยเข้าไปเกิดอาการคันตามผิวหนัง ถูกใบอ้อยบาดมือ และใช้เวลานานกว่าตัดอ้อยที่ถูกเผา

สำหรับค่าจ้างตัดอ้อยที่เผา และอ้อยที่ไม่ได้เผานั้น ค่าจ้างก็แตกต่างกันคือ อ้อยที่ถูกไฟเผากองละ 40 ต้น ได้ค่าจ้าง 3 บาท ส่วนอ้อยที่ไม่เผา กองละ 15 ต้น ค่าจ้าง 3 บาทเช่นกัน แต่แรงงานก็ยังต้องการให้เผาอยู่ดีถึงแม้จะตัด 40 ต้น แต่ก็ตัดได้เร็วกว่าอ้อยที่ไม่เผา 15 ต้นอยู่ดี ส่วนราคาอ้อยเมื่อนำไปขายโรงงาน อ้อยที่ถูกเผาจะถูกหักเงินตันละ 30 บาทแต่อ้อยที่ไม่เผารับเงินราคาเต็มเมื่อหาแรงงานตัดอ้อยไม่ได้ จึงช่วยกันกับภรรยาตัดเอง ตัดไปเรื่อยๆตอนนี้ก็ไปได้หลายไร่แล้ว

ภาพเหตุการณ์




เรียบเรียงโดย นัสฐริกา ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.ขอนแก่น

Cr:https://www.siamnews.com/view-31176.html?fbclid

You Might Also Like

0 comments