breaking news
แฉกลับด้วยภาพ เผยภาพจริงงานข้าวเหนียวมะม่วงบิ๊กป้อม หลังถูกโซเชียลถล่มยับ งานนี้กระจ่างคาตา
January 22, 2019
หลังจากมีเสียงวิพากวิจารณ์ในงานมอบใบประกาศจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ( Guinness World Records) ให้ไทยเป็นประเทศที่จัดทำข้าวเหนียวมะม่วงใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมาว่าข้าวเหนียวมะม่วงที่นำมาจัดเลี้ยงในงานให้กับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 10,000 คนนั้นเหลือจำนวนมาก แต่หากดูจากภาพและโดยพื้นฐานของชาวจีนที่ชอบรับประทานผลไม้ไทย โดยเฉพาะมะม่วงแล้ว น่าจะกระจ่างชัด

ข้าวเหนียวมะม่วงที่จัดทำขึ้นในครั้งนี้ถูกจัดแต่งรองพื้นให้นูนขึ้นมาเพื่อความสวยงาม จากนั้นนำข้าวเหนียวกว่า 1,500 กิโลกรัมเทลงไปในกระบะ จัดแต่งด้วยมะม่วงเป็นคำว่า WE CARE ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใย ความจริงใจที่ประเทศไทยมีต่อนักท่องเที่ยว

ข้าวเหนียวมะม่วงภายในงานที่ถูกบันทึกจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ได้นำข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1,500 กิโลกรัม มะม่วงบางแพสุก จ.ราชบุรี จำนวน 6,000 ลูก มะพร้าวจาก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบข้าวเหนียวมะม่วงจนได้น้ำหนัก 4,500 กิโลกรัม ทุบสถิติข้าวเหนียวมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วันที่ 20 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้เป็นสักขีพยานเป็นตัวแทนประเทศไทยในการรับใบประกาศจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ( Guinness World Records) ที่สามารถทุบสถิติที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมีเรตส์ จำนวน 2,800 กิโลกรัม ในการทำข้าวเหนียวมะม่วงครั้งนี้ใช้สูตรของ มล.เติบ ชุมสาย ดำเนินการดยทีมคณาจารย์และนักศึกษาด้านคหกรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่าไทยมีความยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแขกสำคัญของไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มามากสุดในปี 2561 และในวันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของไทยและความภูมิใจของชาวไทยทั่วประเทศที่อาหารไทย ซึ่งเป็นผลิตผลทางการเกษตรของคนไทยได้รับการยอมรับ

พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของจีน โดยกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลขอให้ความมั่นใจที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจีนทุกคน ไทยและจีนเป็นพี่น้องกัน ขอให้เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างสบายใจ
คลิป
คลิปจาก ข่าวไทย
เรียบเรียงโดย ทีมงานสยามนิวส์
Cr: https://www.siamnews.com/view-29560.html
0 comments