ไอ้ปุ๊ เล่านาทีเหี้ยม ปมแตกหักฆ่า 5ศพ พ่อตาพูดประโยคเดียว โดนยิงซ้ำ

จากกรณีเกิดเหตุฆ่ายกครัว 5 ศพ โดยขณะนี้คนร้ายคือนายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดย ล่าสุดทาง พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์...


จากกรณีเกิดเหตุฆ่ายกครัว 5 ศพ โดยขณะนี้คนร้ายคือนายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดย ล่าสุดทาง พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จ.อุตรดิตถ์ ได้ประชุมชุดสืบสวนเพื่อติดตามหาคนร้าย

โดยพบว่า นายวิรัตน์ กิ่งแก้ว อายุ 48 ปี พ่อตา ถูกยิงเข้าหน้าทะลุท้ายทอย และนางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว บุตรสาวซึ่งเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุและตั้งครรถ์ประมาณ 4 เดือน ถูกยิงเข้าทะลุศีรษะและกลางหลัง เสียชีวิตคาที่ในโรงจอดรถ



ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ11.00 น. ที่ บก.ภ.จว. อุตรดิตถ์ ได้นำตัวนายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 38 ปี ซึ่งก่อเหตุสลด ยิงยกครัว 5 ศพ โดยก่อเหตุ 2 จุด ฆ่าเมียและพ่อตาก่อนจะขับรถต่อไปอีก 5 กม. และลงมือฆ่า แม่ยายและญาติฝ่ายหญิง อีก 3 ศพ ก่อนที่จะขับรถหนีไป พร้อมปืน ซึ่งมีการเปลี่ยนรถ และเจ้าหน้าที่สามารถตามไปจับกุมตัวได้ที่ จ.ระนอง

โดยก่อนหน้าในการแถลงข่าว นายธีรพล ได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีปัญหากับพ่อตา และภรรยา ซึ่งได้คุยกันว่า ถ้าจะเลิกกัน ก็ต้องคืนรถมา ซึ่งพ่อตาได้ตะโกนว่า ไม่ให้อยากได้ก็ไปฟ้องเอา ส่วนเมียผมก็มาขู่อีกว่า จะไม่ให้ใครทั้งนั้น ใครเข้ามาในที่จะแจ้งความแจ้งจับเลย

ตนก็โมโห เลยบอกกลับไปว่า ให้มันพังไปเลยมั้ย และเมียก็โต้ว่า เอาเลยอยากได้ก็ไปฟ้องเอา ซึ่งตอนนั้น ผมก็เลยชักปืนขึ้นมายิงพ่อตา ส่วนเมียโดนข้างหลังและล้มลงไป ส่วนน้องเมีย วิ่งหนีไป แต่เห็นว่าไปจูงลูกเลยสองจิตสองใจแต่วิ่งตามไปยิง



เมื่อเดินกลับมาอีกครั้ง พ่อตา เงยหน้ามาบอกว่าพรุ่งนี้จะเซ็นเอกสารให้ ตนเลยพูดกลับไปว่า แล้วทำไมตอนแรกไม่พูดแบบนี้ และยิงซ้ำไปอีก จากนั้น ได้ขับรถแคมรี่ออกไปบ้านแม่ยาย ถามหาแม่ จอดรถแล้วเข้าไปในบ้านยิงแม่ยาย ก่อนที่จะถอยรถออกมาจากบ้านเห็นป้าเมียยืนอยู่ก็ยิงไปอีก หลังจากนั้น ก็เริ่มหลบหนี ไปที่โรงแรมเมญ่า จากนั้นก็ยืมรถมอเตอร์ไซต์ของโรงแรมขับออกไป และไปเจอรถกระบะไม่ได้รู้จักกันแต่ขออาศัยรถไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานายธีรพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณในโรงพัก เนื่องจากญาติมีความไม่พอใจ เกรงว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายหากนำไปทำแผนที่เกิดเหตุ

Cr:https://www.siamtopic.com/view-959.html?fbclid

You Might Also Like

0 comments